Tuesday, January 3, 2012

กระบี่เย้ยยุทธจักร ในมุมมองของผม



*** ภาพจาก http://atpt1978.exteen.com/20101007/word-of-wisdom

ผมขอนำบทประพันธ์สุดยอดเรื่องหนึ่งของปรมจารย์กิมย้งมาขีดๆ เขียนๆ เล่นๆ ให้ได้อ่านกันนะครับ ผมต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้นั้นผมไม่เคยได้อ่านกระบี่เย้ยยุทธจักรฉบับจริงๆ เลยจนกระทั่งสำนักพิมพ์บูรพัฒน์ได้นำมาทำเป็นการ์ตูนในแบบที่อ่านง่ายๆ และก็เป็นความบังเอิญอีกเช่นกันที่ผมที่ผมได้ไปหยิบขึ้นมาอ่านและหลังจากนั้นผมก็ไม่สามารถวางการ์ตูนเรื่องนี้ลงได้อีกเลย เป็นสัจจะธรรมของโลกที่ว่าไม่มีงานเลี้ยงไหนไม่เลิกรา และในที่สุดแล้ววันนั้นก็มาถึงจริงๆ วาระของการ์ตูนเล่มสุดท้ายก็ได้เวียนมาถึง

ผมจำไม่ได้ครับว่าทั้งเรื่องทั้งภาพของการ์ตูนชุดนี้นั้นวาดและการแปลโดยปรมจารย์ท่านใดแต่บอกได้คำเดียว (หรือหลายคำก็ได้) ว่าทำได้ดีและสุดยอดมากๆ อ่านแล้วเกิดความประทับใจพร้อมกับความสงสัยอย่างมากมายว่าอะไรทำให้ท่านกิมย้งผู้นี้นั้นมองโลกได้ลึกซิ้งเฉกเช่นนี้ ไม่ว่ามองมุมไหนก็จะมีตัวละครที่มีนิสัยแตกต่างกันเดินอยู่เต็มไปหมด ว่าแล้วผมก็เลยเกิดคันไม้คันมืออยากจะถ่ายทอดแนวคิดของตัวผมเองให้กับหลายๆ ท่านได้อ่านกัน ก่อนอื่นผมต้องขอปูเรื่องพื้นฐานก่อนว่ากระบี่เย้ยยุทธจักรเนี่ย เป็นเรื่องราวของความขัดแย้ง, ความต้องการอำนาจ, เล่ห์เหลี่ยมต่างๆ ของคน (ย้ำว่าเกิดจากคน) ซึ่งท่านกิมย้งนั้นสามารถที่จะแยกแยะได้ออกมาอย่างงดงามและน่าทึ่งมากๆ ที่สำคัญคือการยกความเป็นปัจเจกคนของพระเอก “เล่งฮู๊ชง” ได้ออกมาอย่างโดดเด่นแบบที่ไม่น่าเอาเยี่ยอย่าง ด้วยความที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน แต่ความที่เป็นเล่งฮู๊ชงเป็นคนที่ยึดมั่นในหลักการของตนเอง นับถือผู้มีพระคุณ และแสวงหาแต่ความสงบ ที่สำคัญขี้เกรงใจคน ผมอยากให้ลองไปหาอ่านดูด้วยตัวเองมากกว่าท่านๆ จะได้เข้าใจเรื่องราวและเห็นภาพได้ชัดเจนมากกว่าอ่านจาก review จากหน้านี้เพียงหน้าเดียว

แต่จริงๆ แล้วโดยส่วนตัวของผมนั้นผมไม่ได้ชอบเล่งฮู๊ชงมากนักเพราะรู้สึกว่าหมอนี่โชคดีเกินไป ได้ของดีๆ เกือบทุกอย่างโดยที่ไม่ได้แสวงหาหรือใช้ความพยายามอะไรเลย หรือนี่อาจจะเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเรียกว่าวาสนาก็ได้ ที่สำคัญแฟนเจ้านี่สวยมั๊กๆ สวยเกินไป ในหนังเรื่องนี้มีตัวละครสำคัญๆ หลายตัวมากๆ มากจนน่าตกใจและแนะนำอีกครั้งว่า ท่านๆ ต้องลองไปหาเรื่องนี้อ่านดูแล้วก็จงลองตั้งสติมองคนรอบข้างตัวเรา หรือให้สนุกกว่านั้นให้ลองดูสถานะการณ์บ้านเมืองของเราดู จะพบว่าในรอบตัวเรานี้นั้นมีหลายเรื่องและหลายเหตุการณ์ที่ไม่แตกต่างไปจากกระบี่เย้ยยุทธจักรเลย ทำให้ผมสำนึกได้ว่าบทประพันธ์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีมากๆ เรื่องหนึ่งของ ของกิมย้ง ซึ่งสำหรับผมนั้นผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เพราะเรื่องนี้สะท้อนภาพของจิตใจคนในสังคมในรูปแบบต่างๆ และทำให้เราได้มีโอกาส ได้เห็นภาพในหลายๆ รูปแบบของจิตใจคน ไม่ว่าจะผู้ดีจอมปลอม แบบงั๊กปุ๊กคุ้ง ที่ชอบสร้างภาพว่าตัวเองเป็นผู้ดี มีน้ำใจยึดมั่นในหลักการและชอบเป็นผู้ให้โดยที่ไม่หวังผลตอบแทน แต่ท้ายที่สุดก็เปิดเผยความเป็นตัวเองออกมาว่า หลังฉากเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่แสดงออก (คิดอย่างทำอย่าง) ฝรั่งเค๊าเรียกว่า (True Color หรือสีที่แท้จริง) ท่านงั๊กปุ๊กคุ้งนั้นหลงไหลในอำนาจมากถึงขนาดฆ่าคนขโมยวิชาและ ใส่ร้ายศิษย์ตัวเอง ที่สำคัญที่สุดยอมตัดอวัยวะเพศของตัวเองเพื่อฝึกวิทยายุทธ ท่านอาจารย์งั๊กทำเพื่ออะไรนั้นตอบไม่ยากคับก็เพื่อ "อำนาจ" และ "ความเป็นใหญ่" กิเลสขั้นสูงสุดหรือ มาสเตอร์พีซของท่านอาจารย์งั๊กก็คือการรวมสำนักห้าขุนเขาให้เป็นหนึ่ง และแน่นอนว่าท่านงั๊กนั้นย่อมหมายตาตำแหน่งประมุขสูงสุด

งั๊กปุ๊กคุ้งเป็น character ที่มีความหลากหลายมากนะครับเป็นคนที่มีความอิจฉาสูงมาก ไม่อยากให้ใครเกินหน้าเกินตาตนเอง ทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองอยู่เหนือผู้คนทั้งปวง (และที่สำคัญต้องดูดีอยู่เสมอ) สังเกตุได้ว่าในกลุ่มของงั๊กปุ๊กคุ้งนั้นไม่มีใครเด่นกว่าตัวของงั๊กปุ๊กคุ้งเองเลย และเมื่อเล่งฮู๊ชงเด่นเริ่มขึ้นมามากขึ้นเท่าไหร่ก็จะโดนถีบออกจากกลุ่มมาในทันใด

ในการ์ตูนชุดนี้วาดเกี่ยวกับงั๊กปุ๊กคุ้งไว้ได้ค่อนข้างดีนะครับว่าหลังจากที่ท่านงั๊กได้ทำการตัดอวัยวะเพศของตนไปแล้วเสียงก็เปลี่ยนไป หนวดเคราหลุด จนถึงขนาดที่ต้องเอาหนวดเคราปลอมมาแปะไว้ (ในการ์ตูนบรรยายได้ดีจนน่าเก็บสะสม) จุดจบของท่านงั๊กปุ๊กคุ้งนั้นก็ดูแล้วน่าอเน็จอนาจมากๆ ที่โดนแม่ชีน้อยเสียบทะลุจากด้านหลังขณะที่จะฆ่าเล่งฮู๊ชงและก็ตายไปด้วยความคับแค้น ก่อนตายหนวดเคราหลุด ลงมา เปิดเผยตัวจริง (ผมชอบเฟรมนี้ของการ์ตูนมากนะ ที่เปิดเผยสีที่แท้จริงของคนก่อนตาย)

เยิ่นหวอสิง (หัวหน้าพรรคสุริยัน จันทราจากค่ายผาไม้ดำ) เองก็มีจุดจบที่น่าอนาจไม่แพ้กันคือป่วยตาย เนื่องจากใช้ร่างกายเกินขนาดซึ่งเป็นผลจากการโดนกักขังใต้ทะเลสาบมานาน จริงๆ ถ้าเยิ่นหวอสิงเก็บตัวเสวยอำนาจอย่างเงียบๆ ตัวเองก็จะมีชีวิตที่สุขสบายไปแล้ว แต่คนอย่างเยิ่นหวอสิงนั้นก็ไม่สามารถทำได้เพราะว่าตัวเองนั้นมาเกือบจะถึงจุดหมายปลายทางที่ตนเองได้วาดวางแผนไว้ทั้งชีวิตแค่ขาดไปแค่สิ่งสำคัญไปนิดเดียวเท่านั้นคือการเป็นประมุขของยุทธจักร เช่นเดียวกับคำโบราณที่ว่า “แผนงานถูกวางโดยมนุษย์ แต่ความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับฟ้า”

แต่ที่ผมว่าอนาจสุดก็คือตงฟางปุ๊ป้าย (บูรพาไร้พ่าย) ที่ฝึกวิชาสำเร็จแล้วก็กลายเป็นกระเทย แถมยังมีชู้รักที่เป็นผู้ชายเป็นตัวเป็นตน แต่อย่างไรก็ดีผมว่าตงฟางปุ๊ป้ายนั้นน่านับถือกว่างั๊กปุ๊คุ้งมากโดยเฉพาะมุมที่สุดท้ายตัวเองก็รู้ว่าตนเองนั้นอยากได้อะไรซึ่งท้ายที่สุดบูรพาไร้พ่ายก็เก็บตัวอยู่เฝ้าสำนักของตนเป็๋นแม่บ้านแม่เรือนให้กับชู้รักของตน แต่ทว่าตัวเองนั้นถลำลึกในอำนาจมากเกินไปในที่สุก็ลงจากหลังเสือไม่ได้และท้ายที่สุดก็มีจุดจบอย่างน่าอนาจ

ในการ์ตูนเล่มสุดท้ายฉากที่ผมชอบที่สุดก็คือ ภาพจินตนาการของเล่งอู๊ชงหลังจากที่เหตุการณ์ต่างๆ ได้สงบไปแล้วเล่งฮุ๊ชงได้มองมองไปที่เก้าอี้กับดักที่เตรียมทำไว้รอรับเยิ่นหวอสิง (ซึ่งเสียชีวิตเพราะอาการป่วยไปแล้ว) ภาพก็วาดเสมือนว่ามีเยิ่นหวอสิงนั่งหัวเราะอยู่ เหมือนว่าสะใจในอำนาจที่ตัวเองได้ครอบครองจากการเป็นจ้าวยุทธจักร แล้วในการ์ตูนก็มีคำพูดเขียนไว้ ซึ่งผมประทับใจมากจนถึงทุกวันนี้ผมจึงขอลอกมาดังต่อไปนี้ครับว่า

"ยอดยุทธยอมสละเพื่อทุกสิ่งช่วงชิงความเป็นใหญ่ ตั้งแต่โบราณถึงปัจจุบันเหล่าจอมยุทธต้องห้ำหั่นเพราะคำว่าอำนาจ สุดท้ายก็ไม่มีผู้ใดได้ครอบครองอำนาจที่แท้จริง

สิ่งเที่ยงแท้คือความไม่เที่ยง ครอบครองความยิ่งใหญ่สุดท้ายก็เหลือเพียง “ความว่างเปล่า”

อำนาจทำให้มนุษย์เสียสติ แต่ไหนแต่ไรจะมีคนซักกี่คนที่ปลงทุกสิ่ง ให้อิสระแก่ตนเอง และยิ้มเย้ยยุทธจักร"

จบได้สวยงามมาก สวยจนผมไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบายได้ดีไปกว่าคำว่าบทประพันธ์เรื่องนี้เป็นที่สุดของที่สุดสำหรับผมจริงๆ

สุดท้ายต้องขอขอบคุณท่านปรมจารย์กิมย้งที่ได้เขียนเรื่องนี้ให้คนรุ่นหลังอย่างผมได้มีสิทธิอ่าน มีคนไม่กี่คนที่เกิดแบบธรรมดาแต่กลายเป็นตำนานอย่างท่านจากที่ได้หลังเสียชีวิตไป ต้องขอขอบคุณสำนักพิมพ์บูรพัฒน์ที่เลือกเรื่องนี้ขึ้นมาพิมพ์ จนผมต้องเก็บเป็น collection ส่วนตัวและสุดท้ายจริงๆ ต้องขอบคุณคนรอบๆ ตัวของผมและนักการเมืองบางท่าน ที่หลังจากที่ผมถอยออกมาก้าวหนึ่งแล้วทำให้ผมได้รู้จักตัวจริงของ งั๊กปุ๊กคุ้ง ตงฟางปุ๊ป้าย เยิ่นหวอสิง ลิ้มเพ้งจือ และอื่นๆ คนรอบๆ ตัวผมเหล่านี้ทำให้ผมได้รู้จักบทประพันธ์ของกิมย้งมากขึ้น ทำให้ผมได้รู้จักว่าตัวตนของคนพวกนี้นั้นมีอยู่ทุกหนทุกแห่งรอบๆ ตัวผมสัจธรรมที่แท้จริงนั้นสั้นๆ ง่ายๆ ว่ามิตรภาพที่แท้จริงนั้นหายากเมื่อหาเจอแล้วรักษามันไว้เป็นสิ่งที่ยากกว่า บทละครจากหนังสือเรื่องนี้หากมองให้เป็นจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าได้เกิดขึ้นกับทุกคน ทุกวัน และ ตลอดเวลา ถ้าเราไม่เข้าใจมันแล้วล่ะก็เราอาจจะต้องตั้งคำถามตัวเองไปตลอดชีวิตว่าทำไมคนนั้นต้องทำอย่างนี้ คนนี้ต้องทำอย่างนั้น คำตอบมีคำเดียวนั่นก็คือทุกคนต้องการอำนาจ แต่ว่าอำนาจของแต่ล๊ะคนนั้นช่างแตกต่างกัน การถอยกลับมาหนึ่งก้าวจะสามารถทำเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น จนในที่สุดก็จะเข้าใจอย่างถ่องแท้ และสุดท้ายก็จะมีสิทธิได้นั่ง “ยิ้มเย้ยยุทธจักร” อยู่อย่างมีความสุข

No comments:

Post a Comment